วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ทำบุญแจกข้าว

วันหนึ่งมีคำถามถึงการทำบุญอุทิศให้ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปว่า " การทำบุญแจกข้าวของไทยอีสาน สมัยปัจจุบัน ควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะเหมาะสม" ผู้ถามเป็นเพื่อนครูชาวสามัญศึกษามีญาติเสียชีวิตไปได้เดือนเศษ เจอหน้ากันในงานอบรมสัมมนา แทนที่จะถามถึงเรื่องการปฏิรูปการศึกษา กลับ ถามถึงการทำบุญแจกข้าว นับว่าเป็นบุคลากรแห่งการเรียนรู้ที่ใช้ได้ มีโอกาสเป็นแสวงหาความรู้ทันที คงเห็นว่ากระผมเคยสอนวิชาธรรมศึกษาตรีให้นักเรียนอยู่สี่ห้าปี น่าจะรู้เรื่องทำบุญทำทานอยู่บ้างก็เลยถาม ก็ไม่ผิดหวังหรอกครับ เพราะบังเอิญกระผมมันคนรุ่นเก่าที่พอจะรู้เรื่องราวเดิม ๆของประเพณีพื้นบ้านอยู่บ้าง และมีแนวคิดที่กล้าจะแหวกไปจากกรอบเก่า ๆ ที่เห็นว่าไม่จำเป็น
การทำบุญแจกข้าวเป็นคำอีสานร้อยเปอร์เซ็นต์ครับแจกก็คือแจกจ่าย คือการให้ทานนั่นเอง ส่วนข้าว หมายถึงข้าวปลาอาหารปัจจุบันหมายรวมถึงสิ่งของที่นำมาทำบุญด้วย การทำบุญแจกข้าวเกิดจากสาเหตุสำคัญคือปรารภถึงญาติพี่น้องที่ล่วงลับไป ต้องการจะทำบุญอุทิศบุญกุศลไปให้ ชาวพุทธมีความเชื่อว่า เมื่อตายไป หากยังไม่เข้าถึงนิพพาน ก็เป็นคนมีกิเลสมีสังขารยังไม่หมดสิ้น ซึ่งเป็นเหตุปัจจัยชักนำให้วนเวียน อยู่ในสังสารวัฏ อาจเป็นภูติ เป็นเทพ เป็นเปรต เป็นดิรัจฉาน หรือเป็นสัตว์นรก แล้วแต่เหตุปัจจัยที่สะสมไว้ ช่วงที่ละจากมนุสโลกไป ต้องเป็นไปด้วยผลบุญ หรือบาปที่เคยสร้าง เอาไว้ โอกาสที่จะทำบุญเองหาได้ยาก โดยเฉพาะพวกที่เป็นภูติหรือเปรตที่มักจะวนเวียนกลับมาหาญาติพี่น้อง ด้วยหวังว่าเขาจะทำบุญอุทิศไปให้ แล้วจะได้ อนุโมทนา เป็นวิธีที่จะได้บุญกุศล ดังมีเรื่องเล่าในพระไตรปิฎกมากมาย เช่นกรณีเปรตญาติพระเจ้าพิมพิสาร กรณีพระมาลัย ไปท่องนรก สวรรค์ เป็นต้น ดังนั้นชาวพุทธจึงนิยมทำบุญอุทิศให้ญาติผู้ล่วงลับไปเรียกกันว่า "แจกข้าว" นั่นเอง ทำแบบไหนจึงจะควรสำหรับยุคสมัยปัจจุบัน ขอแนะเป็นหลักการก่อนคือ
การแจกข้าวเป็นการจัดงานครับ กิจกรรมทั้ง หลาย ที่ชาวบ้าน ปฏิบัติกันจะพบว่ามี 2 อย่างคือ ประเภทที่ทำแล้วผลเป็นเรื่องที่ดีงาม อย่างนี้จัดเป็นกิจกรรมที่ทำแล้วได้บุญกุศล ส่วน กิจกรรม อีกประเภทหนึ่งเป็นชนิดทำแล้วได้ความเศร้าหมองคือบาป การแจกข้าว สิ่งที่พวกญาติพี่น้องผู้ล่วงลับไปเขาต้องการคือ ส่วนที่เป็น บุญกุศลครับ สำหรับที่เป็นบาปเขาไม่ต้องการ ดังนั้นเราจึงพบว่า เขาอุทิศบุญให้ผู้ตายครับ ไม่ได้ยินว่าอุทิศบาปให้ใคร
เมื่อทราบหลักการดังกล่าวแล้ว จึงขอสรุปแนวปฏิบัติในการทำบุญแจกข้าวที่เหมาะสำหรับยุคสมัยคือ 1) ทำอะไรก็ได้ ที่ทำแล้วได ้บุญกุศล 2) อุทิศบุญที่ทำได้แล้วไปให้ญาติผู้ล่วงลับไป ดังนั้นการทำบุญแจกข้าว จึงทำได้ตลอดเวลาครับ ไม่ต้องรอสามวันเจ็ดวัน เหมือน ลูกหลาน รอเราส่งเงินไปให้นั่นแหละ หาได้รีบส่งให้เขา ดีที่สุด ทีนี้การทำบุญแจกข้าวต้องพิจารณาให้ดีครับ ทำแล้วต้องได้บุญเยอะ ๆ แบบชาวไร่ชาวนา ทำนาแล้วอยากได้ข้าวมาก ๆ นั่นเองหละ ผู้ทำบุญต้อง ฉลาด ต้องเข้าใจ อันไหนทำแล้วได้บุญทำมาก ๆ อันไหนทำแล้วได้บาป พยายามเลี่ยงหรือเว้นไว้ไม่ทำ
การทำบุญตามหลัก พุทธศาสนามี 3 หลักใหญ่ คือ ทานแล้วได้บุญ รักษาศีลก็ได้บุญ ภาวนาอบรมจิตใจและปัญญาก็ได้บุญ ส่วนบาปท่านไม่ให้หลักเกณฑ์เอาไว้ ว่ามีหลักอะไรบ้าง พวกเราฉลาดทำบาปกันอยู่แล้ว แต่ท่านสอนว่ากิจกรรมใดทำแล้วเกิดความโลภเป็นบาป ทำให้เกิดโทสะก็บาป ทำแล้วเกิดความโง่งมงายก็บาป ดังนั้นจะทำบุญแจกข้าว
เจ้าภาพจงพยายามละกิจกรรมที่ทำให้เกิดบาป ทำสิ่งที่จะได้บุญมาก ๆ ประเภท ล้มวัว ล้มควายทำบุญแจกข้าวละก็เลิกเลยไม่คุ้ม ประเภทละเลงสุราบานทั้งแขกทั้งเจ้าภาพเมาหัวราน้ำ นี่ก็แหงล่ะครับบาปทั้งนั้น แล้วจะเอาบุญที่ไหน ไปอุทิศ ให้ญาติเขา ทีนี้เมื่อ ได้บุญแล้วก็ส่งด้วยการกรวดน้ำอุทิศไปให้เป็นอันจบกระบวนการทำบุญแจกข้าวครับ ส่วนพิธีรีตรองที่เราเห็นทำกันใหญ่โต มีมหรสพ สมโภช ยังกะงาน เทศกาลนั่นเพียงเปลือกครับ ที่ส่งให้ผู้ตายจริง ๆ ส่งได้แค่บุญเท่านั่น บาปก็ส่งไม่ได้ เหล้ายา การพนันที่หามาราคาแพง ๆ ไม่มีประโยชน์ สำหรับผู้ล่วงลับแม้แต่น้อย ถ้าสนใจเปลือกกระพี้ถามมาใหม่แล้วกันนะครับ

1 ความคิดเห็น:

  1. ขอรบกวนถามด้วยครับ
    ว่าการทำบุญแจกข้าวมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง และแต่ละขั้นตอนต้องปฏิบัติอย่างไร ใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง ผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบคุณครับ

    ตอบลบ